11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อผ่านความทุกข์ทรมานแห่งยุคสมัย

ดูหนังออนไลน์ ผู้ใดกันกำลังหา ดูหนังออนไลน์ ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในช่วงกักตัวจากไวรัสโควิดแบบนี้ ต้องตามมาทางนี้ เพราะว่าเราจะมาเชิญชวนทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดค้นพบความหมายของชีวิต หลายท่านบางครั้งก็อาจจะเคยรับรู้คำกล่าวที่ว่าการดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของพวกเราสะอาดขึ้น ด้วยเหตุดังกล่าว หลายๆครั้งการศึกษาถึงวิถีทางของการแก้ปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนบางอย่างที่อยู่ในหนังมาดัดแปลงกับตัวเองได้ และก็ในท้ายที่สุด ถึงแม้เวลาเพียงแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องอาจจะช่วยเหลืออะไรพวกเรามิได้ก็ตาม แต่ว่าอย่างต่ำเราก็เชื่อว่าระยะเวลาของหนังที่มีแง่มุมด้านบวกสักเรื่องนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนถึงตอนสุดท้าย จิตใจของพวกเรากำลังถูกปลอบทีละเล็กทีละน้อยไปในตัว อย่างไม่ต้องสงสัย

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในทีมนักบินอวกาศขององค์การนาซานั้นคงจะไม่มีผู้ใดเอาจริงเอาจังเท่าอีกแล้ว โน่นคือการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงคนเดียว และข้อคิดเตือนใจสำคัญของหนังประเด็นนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทุกอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกๆอย่างจะผิดพลาดจนคุณพูดว่า นี่แหละ นี่คือตอนสุดท้ายของฉัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมแพ้หรือจะยืนขึ้นสู้ คุณแค่เริ่มต้น คิดคำนวณ ไขปัญหาแรกให้ได้ แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยแก้ปัญหาต่อไป รวมทั้งต่อไป เมื่อคุณแก้ปัญหาได้มากเพียงพอ สุดท้ายคุณจะได้กลับไปอยู่ที่บ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความว้าเหว่ในใจของ ฮิโรโกะ วาตาท้องนาเบะ รวมทั้งความเจ็บปวดนั้นก็ถูกแก้ไขโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นคือจดหมายตอบกลับที่เธอลองเขียนถึงผัวของตนเองที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ สตรีที่ชื่อรวมทั้งชื่อสกุลอย่างกับชายคนรักของคุณโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งสองที่ใบหน้าเหมือนกันราวกับฝาแฝดได้มาพบกัน ดูหนังออนไลน์ ความลับในอดีตที่หลบอยู่ภายในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมที่ฝ่ายชายเคยเรียนก็เบาๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้พบกับการก้าวข้ามความเจ็บของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็เจอกับความอบอุ่นในชีวิตราวกับแดดจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนบิดาสอนไว้
ภาพยนตร์บรรยายชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้ต้องฝ่าฟันมรสุมล้นหลามที่ต่างมารุมกระตุ้นเขาจนถึงกับต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นเสมือนความสบายเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่จะสิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้จะสลดขนาดไหนก็ตาม แต่ว่าถ้าหากเรามองหาความสุขที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นเสมือนแสงสว่างพระจันทร์กลมโตที่ทำให้ท่านอบอุ่นในตอนกลางคืนอันมืดมิดอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบคุณ…ให้ไม่ลืม
ถ้าเราลืมความเจ็บปวดได้ คงจะดีไม่น้อย แต่ว่าในชีวิตจริงไม่มีใครลืมได้จริง ต่อให้ โจเอล บาริช ชายที่ลบความจำที่มีร่วมกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ถ้าว่าเมื่อเขารู้ตัวอีกที ก็พบว่าความทรงจำนั้น ทำให้เขาได้ทำความเข้าใจถึงความหมายของชีวิตแต่งงาน รวมทั้งความเจ็บไม่ใช่ตอนจบของความเกี่ยวพัน แถมยังสามารถทำให้ทั้งสองเยียวยากันและกัน แล้วก็เติบโตในความสัมพันธ์ถัดไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม หนุ่มผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นมะเร็งจึงไม่มีซึ่งสิ่งจูงใจอะไรก็แล้วแต่ในการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ เพื่อนซี้คู่กาย เริ่มชวนเขาไปทำอะไรสนุกสนานๆมุทะลุสารพัดสารพัน ก่อนที่จะนั่นจะกลายเป็นข้อคิดสำคัญว่า สุดท้ายแล้วมนุษย์เราเกิดมาคราวหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเศร้าใจไปเพราะเหตุใด การออกไปใช้ชีวิตให้สนุกสุดฤทธิ์สุดเดชตามใจฉัน คงจะซึ่งก็คือคำว่าชีวิตได้ดีมากว่าการนั่งถอนหายใจคอยความตายอย่างแน่แท้

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ มิตตี้
เนื่องจากว่าบางครั้งบางคราวคุณอาจจะทุกข์ใจอยู่ เพียงแค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงแค่นั้น ภาพยนตร์ประเด็นนี้ก็เลยเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไม่มีเสียงซึ่งแสดงออกมาได้เป็นอย่างดี แล้วก็นี่เป็นเรื่องราวของ วอลเตอร์ มิตตี้ หนุ่มบุคลากรสำนักงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่เขาจะได้โอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว เหงา แล้วก็เงียบกริบ กระทั่งเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เขาเคยมีความรู้สึกว่าพอใจ กลับเป็นความทุกข์ใจที่เขาก้มหน้ายอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักคุณหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองหนุ่มสาว โนอาห์รวมทั้งอัลลี ที่ได้หลงเสน่ห์กันอย่างหมดหัวใจ แต่จำเป็นต้องถูกชะตาแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความรัก จนถึงทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกัน ก่อนที่ต่อมาทั้งสองได้กลับมาเจอกันอีกรอบ ภาพยนตร์หัวข้อนี้ได้บอกให้เรารู้เรื่องว่า ท้ายที่สุดแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลตอบแทน เป็นทางออกที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับความทุกข์ที่คลุมเครือ ซึ่งผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยมักเรียกว่า ‘ความมุ่งมาด’ ดูหนังออนไลน์ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยป่วนปั่นหัวใจปึ้ก
นี่คงจะเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ใจสะดุดใจและสะดุดตาพวกเราเยอะที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กวัยหนุ่มเขินอายที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้พบกับแซมและแพทริก เพื่อนพ้องกลุ่มแรกในชีวิตที่รอช่วยเหลือเขา ทำให้ชาลีกลายมาเป็นเด็กที่กระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง เด็กหนุ่มทั้งหลายแหล่ทำให้เรารู้ดีว่า ไม่ว่าใครจะเจอกับปัญหาที่ปวดแบบไหน แม้มีใครสักคนรอยอมรับฟังและก็อยู่ดูแลจิตใจเวลาที่สิ้นหวัง เป็นทางเลือกหลักที่ไม่ต้องนั่งไขปัญหาคนเดียวให้ทรมานจนกระทั่งเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เนื่องจากว่ารัก คือเพลงรัก
หนังเรื่องนี้แสดงถึงภาพของคนวัยหนุ่มวัยสาวในช่วงปัจจุบันที่กำลังพบกับทางเดินในชีวิตที่ส่องสว่างราวกับแสงสว่างของดวงสาว เพียงดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงสว่างค่อยๆริบรี่ลงเพราะว่าเรื่องของความเชื่อมโยง และชายวัยกลางคนซึ่งไม่ต่างอะไรกับดาวฤกษ์ที่แสงในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาพบกันจึงแปลงเป็นแรงที่เกื้อกันรวมทั้งช่วยทำให้แสงแห่งชีวิตของแต่ละฝ่ายกลับมาส่องแสงได้อีกที หากแม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆถูกอกถูกใจอย่าง Lost Stars แต่ว่าเพลงที่ทำให้พวกเราปล่อยวางในเรื่องของความเกี่ยวข้องได้ก็คือ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) น่าพิศวงอารมณ์วุ่นวาย
ทำความเข้าใจ สารภาพ เติบโต เรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ ถึงแม้เบื้องต้นจะมองเหมาะสมกับเด็กๆในเรื่องของการรู้เท่าทันรวมทั้งจัดการกับอารมณ์ตัวเอง แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แต่ว่าสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์เศร้าหมอง หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดลนลานได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้สอน แต่ว่าดึงและก็เค้นประสบการณ์ร่วม ก่อนจะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ปฏิบัติหน้าที่คัดเลือกกรองรวมทั้งแปลความอีกที

11. Anomalisa (2016) ‘คนอื่น’ ที่แตกต่างกันเช่นเดียวกัน
มนุษย์เป็นยังไง ความเจ็บปวดเป็นยังไง การมีชีวิตเป็นยังไง และเวลาเรามีจำกัด นั่นเป็นสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากแบบอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ที่เชิญให้พวกเราติดตามตัวนำอย่าง ไมเคิล สโตน ที่พบกับวิกฤตกลางคนไปจนถึงจบ ผู้ชายที่เพียรพยายามดิ้นรนสืบหาความสบายภายใต้หน้ากาก พวกเราตามติดว่าในที่สุดแล้วเขาจะเจอกับความสบายที่เรียกว่าอะไร ความรัก การงาน หรือครอบครัว พวกเราไม่บอก แต่เพียงแค่ทราบว่าการไม่หลอกตัวเองรวมทั้งเห็นด้วยให้ได้อาจจะเป็นยารักษาหัวใจที่ดีที่สุดแล้ว